server ที่ online อยู่บน internet เพื่อเปิดเป็น web server หรือ อื่นๆ จําเป็นจะต้องเปิดใช้งาน SSH เพื่อ remote เข้าไปควบคุมเครื่อง server จากที่ใดก็ได้ผ่านทาง internet ซึ่งจะใช้ user และ password ในการ login เข้าใช้งาน
ปัญหาอยู่ตรงนี้ครับ เมื่อมัน online บน internet ใครๆ ก็สามารถเข้าถึง SSH ของ server เราได้ และแน่นอน ผู้ไม่หวังดีสามารถสุ่มรหัส login เข้า server ของเราไปเรื่อยๆจนเจอรหัสที่ถูกต้อง เรียกการโจมตีแบบนี้ว่า brute force จากรูปจะเห็นว่ามีการ login เข้าเครื่อง server ของเราเป็นจํานวนมาก

เราสามารถเพิ่มความปลอดภัยให้กับ server ของเราได้ด้วย Fail2Ban
Fail2Ban เป็น service ตัวนึงที่คอยตรวจสอบการ login โดยถ้ามีการ login เข้ามาแล้วใส่ password ผิดเกินจํานวนครั้งที่กําหนด Fail2Ban จะทําการ แบน ip นั้นทันที เราสามารถ config ค่าต่างๆได้ เช่น ยอมให้ใส่ password ผิดได้กี่ครั้ง แบนกี่นาที ฯลฯ
เริ่มติดตั้ง Fail2Ban ด้วยคําสั่ง
sudo apt-get update
sudo apt-get install fail2ban
หลังจาดติดตั้งเสร็จเรียบร้อย จะต้องไป config ค่าต่างๆก่อน โดยใช้คําสั่ง
sudo cp /etc/fail2ban/jail.conf /etc/fail2ban/jail.local
sudo nano /etc/fail2ban/jail.local
ภายใน file config ผมจะอธิบายในส่วนที่สําคัญๆ ดังนี้ ignoreip คือการบอกว่าไม่ต้องตรวจสอบ ip นี้ ให้ config ตามนี้ครับ
ignoreip = 127.0.0.1/8
bantime คือระยะเวลาในการแบนไอพี หน่วนเป็นวินาที ในตัวอย่างนี้ผม set เป็น 10 นาที
bantime = 600
maxretry คือ จํานวนครั้งที่ยอมให้ใส่ password ผิด
maxretry = 3
backend ให้ config ตามนี้ได้เลย
backend = auto
save file config ให้เรียบร้อย Restart service 1 ครั้ง ด้วยคําสั่ง
sudo service fail2ban restart
เสร็จสิ้นการติดตั้ง ถ้าต้องการจะดูว่า ณ. เวลานี้มี ip ใดบ้างที่ ถูกแบน ให้ใช้คําสั่ง
sudo iptables -L ปัจจุบันมีเว็บไซต์ที่เปิดเผยสู่สาธารณะหรือเรียกกันว่า Surface Web เพียง 4% ซึ่งสามารถค้นหาผ่าน Search engine ทั่วไปได้เช่น google ฯลฯ แต่ที่เหลือ 96% เป็นเว็บไซต์ที่ซ่อนตัวอยู่ ไม่สามารถเข้าถึงได้ด้วยวิธีปกติ หรือเรียกกันว่า Deep web และ Dark web ความแตกต่างระหว่าง Surface Web, Deep web และ Dark web คือ
Service Worker คือ JavaScript ทำงานบนเว็บเบราเซอร์ ซึ่งจะทำงานอยู่เบื้องหลังแยกออกจากตัวเว็บโดยตัว Service Worker นิยมใช้ทำ Offline mode ที่เราพบเห็นจากเว็บส่วนใหญ่ของ Google รวมถึงการเพื่อทำ Web Push Notification และจะมีความสามารถอื่นๆ เพิ่มเข้ามาในอนาคต และ Service Worker สามารถดัก Network Request ของเว็บ เช่น HTTP Request, โหลดรูป หรือ API Call โดยทุก Request ที่ออกจากเว็บเราจะผ่าน Service worker ทั้งหมดทำให้เราสามารถจัดการ Network Request ได้ดีขึ้น เช่น การคืนค่าจาก Cache แทนที่จะส่ง Request นั้นออกไปจริงๆ หรือในกรณีที่ไม่สามารถเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตได้
ตัวเก็บประจุ (CAPACITOR) คืออะไร?ตัวเก็บประจุหรือ คาปาซิเตอร์ เป็นอุปกรณ์ทางอิเล็กทรอนิกส์อีกชนิดหนึ่ง สามารถเก็บสะสมประจุไว้ และสามารถคายประจุที่เก็บสะสมออกมาได้เช่นเดียวกัน ดังนั้นตัวเก็บประจุจึงทำหน้าที่เก็บประจุและคายประจุ ในวงจรอิเล็กทรอนิกส์